
โลมาข้างขาว แอตแลนติกเหนือ นักว่ายน้ำลายสายฟ้า
- J. Kanji
- 3 views

โลมาข้างขาว แอตแลนติกเหนือ (Atlantic White-sided Dolphin) เป็นโลมาทะเลเย็น ที่สีสันจัดจ้านมาก แถบเหลือง–ขาว พาดข้างลำตัวเหมือนสายฟ้า เวลาโผล่ขึ้นผิวน้ำ คือเด่นสุดๆ แต่ชีวิตจริงไม่ได้มีแค่ความสวย ยังต้องเจอกับการล่า การติดอวน และเสียงดังใต้น้ำจากกิจกรรมของมนุษย์
โลมาข้างขาวแอตแลนติกเหนือ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Leucopleurus acutus เดิมถูกจัดอยู่ในสกุล Lagenorhynchus แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ งานด้านพันธุกรรม และจีโนมยืนยันชัดขึ้นว่า ควรแยกออกมาอยู่สกุล Leucopleurus แทน ซึ่งถูกใช้ในงานวิจัย จีโนมฉบับใหม่ ที่ตีพิมพ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โลมาชนิดนี้ ถูกบรรยายชื่ออย่างเป็นทางการ ครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1828 โดยนักสัตววิทยาชาวอังกฤษ John Edward Gray แปลว่ามนุษย์รู้จัก และบันทึกการมีอยู่ของมัน มาแล้วเกือบ 200 ปีเต็มๆ
ด้านสถานะอนุรักษ์ ในปี 2019 การประเมินบน IUCN ยังจัดให้โลมาข้างขาวอยู่ในกลุ่ม Least Concern (เสี่ยงน้อยที่สุด) แปลว่าทั้งภูมิภาค ยังมองว่าจำนวนรวม “น่าจะยังเยอะ” แต่มีโน้ตชัดเจนว่า ข้อมูลรายละเอียดหลายส่วน ยังไม่ครบถ้วน ต้องติดตามต่อเนื่อง (5 พฤศจิกายน 2025) [1]
โลมาข้างขาวพบเฉพาะฝั่งแอตแลนติกเหนือ ฝั่งตะวันตกตั้งแต่แถวกรีนแลนด์ แคนาดา จนถึงชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ส่วนฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ทะเลนอร์เวย์ รอบไอซ์แลนด์ ทะเลเหนือ ไปถึงรอบๆ สหราชอาณาจักร โดยมักอยู่ในน้ำเย็น–หนาวแถวไหล่ทวีป และขอบไหล่ทวีป มากกว่าน้ำตื้นติดชายฝั่ง
ด้านจำนวนประชากร ภาพรวมปัจจุบันอยู่ระดับ “หลักแสน” งานวิเคราะห์ความหลากหลาย ทางพันธุกรรมของ Fernández และคณะในปี 2016 ประเมินไว้ราว 100,775–146,363 ตัว และเมื่อรวมผลสำรวจทางเรือ–ทางอากาศ หลายโครงการในแอตแลนติก ตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้ตัวเลขขั้นต่ำราว 200,000 ตัว (22 มิถุนายน 2018) [2]
โครงการสำรวจ SCANS-III ในยุโรปก็พบแนวโน้มสอดคล้องกัน คือในบางบล็อกสำรวจของ แอตแลนติกตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนประมาณตั้งแต่หลักหมื่น จนถึงมากกว่าแสนตัว แต่ด้วยช่วงความไม่แน่นอนค่อนข้างกว้าง ทำให้ยังสรุปแนวโน้มขึ้นลง ระยะยาวได้ไม่ชัดนัก
ถ้ามองเผินๆ โลมาข้างขาวอาจคล้าย โลมาทะเลชนิดอื่นหรือ โลมาปากยาว (Long-beaked Dolphin) แต่พอเห็นลายข้างตัวคือจำได้ทันที หลังและครีบหลังสีเทาเข้ม หรือเกือบดำ ท้อง คาง และลำคอสีขาว ด้านข้างมีแถบสีขาว–เหลืองพาดเฉียง บริเวณหลังครีบหลัง ลงไปทางหาง
ดูเหมือนแถบสายฟ้า เวลาว่ายขึ้นผิวน้ำ ขนาดตัวก็ถือว่ากลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ตัวผู้โตเต็มวัยยาวราว 2.7–2.8 เมตร หนักได้ถึงประมาณ 230 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียยาวประมาณ 2.4–2.5 เมตร หนักราว 180 กิโลกรัม ตัวอ่อนแรกเกิดยาวประมาณ “เมตรกว่าๆ” เท่านั้นเอง
รูปทรงลำตัวเรียวยาว หัวโค้งมน จมูกไม่ยื่นแหลมเท่าโลมาปากขวด ครีบหลังสูงแหลมช่วยทรงตัวตอนเร่งความเร็ว ระบบชีววิทยาข้างในก็เป็น “โลมาสายคลาสสิก” คือ แม่ตั้งท้องราว 11 เดือน ให้นมลูกประมาณ 18 เดือน และมีรายงานอายุขัย อย่างน้อยประมาณ 17 ปีในธรรมชาติ
โลมาข้างขาวเป็นสาย สังคมจัด อยู่เป็นฝูงแทบตลอดเวลา ขนาดฝูงต่างกันไปตามพื้นที่ บริเวณชายฝั่งนิวฟันด์แลนด์ เคยบันทึกค่าเฉลี่ยราว 60 ตัว และบางช่วงในแอตแลนติกเหนือ มีฝูงใหญ่ได้ถึงหลายร้อยตัว เมื่อเหยื่ออุดมสมบูรณ์
มันยังชอบรวมกลุ่ม กับสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น เช่น โลมาข้างขาวอีกชนิด (white-beaked dolphin) โลมาปากขวด วาฬนำร่อง และวาฬใหญ่บางชนิด กลายเป็น “ขบวนผสม” ที่หากินร่วมกัน และมักถูกพบโดยเรือวิจัย หรือทัวร์ดูวาฬ
เรื่องอาหาร โลมาข้างขาวเน้นปลา เหยื่อรวมฝูงอย่างเฮอริง แมกเคอเรล และปลาในกลุ่มค็อด รวมทั้งหมึกบางชนิด ใช้วิธีล่าแบบทีมเวิร์ก ช่วยกันต้อนฝูงปลาให้แน่น แล้วผลัดกันพุ่งเข้าไปกิน โดยอาศัยทั้งสายตา และเสียงสะท้อน (echolocation) ช่วยหาเหยื่อใต้น้ำลึก ที่ไม่ค่อยมองเห็น

ถ้ามองแค่ตัวเลขรวมตอนนี้ โลมาข้างขาวดูเหมือนจะ “ปลอดภัยดี” เพราะทั้งจากการวิเคราะห์พันธุกรรมรุ่นใหม่ และงานทบทวนสถานะประชากร ในปีหลังๆ ล้วนชี้ว่ามันน่าจะมีจำนวน ระดับหลายแสนตัว และอาจเป็นหนึ่งในโลมา ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดชนิดหนึ่ง ในแอตแลนติกเหนือด้วยซ้ำ
แต่ปัญหาคือ เราไม่ได้รู้ละเอียดว่าทุก “ฝูงย่อย” มีแนวโน้มยังไง งานรายงานล่าสุดของ Calderan และคณะยังระบุว่าข้อมูล ด้านโครงสร้างประชากร และแนวโน้มในแอตแลนติก ตะวันออกเฉียงเหนือยังจำกัดมาก ทั้งที่สายพันธุ์นี้โดนทั้งการล่า การติดอวน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพร้อมๆ กัน
สรุปแบบง่ายๆ คือตัวเลขรวมหรือสถานะ “Least Concern” ไม่ได้แปลว่าปล่อยได้แล้วจบ แต่หมายถึง ยังต้องเก็บข้อมูลเพิ่ม และต้องระวังไม่ให้ฝูงในบางพื้นที่ โดนกดดันหนัก จนมีปัญหาในระยะยาว
โลมาข้างขาว แอตแลนติกเหนือ คือโลมาที่มีลายข้างตัวแบบสายฟ้า ทำให้มันโดดเด่นบนผิวน้ำ และเป็นไฮไลต์ประจำทริปดูวาฬ แต่เบื้องหลังความน่ารัก มันต้องเจอภัยคุกคามมากมาย จึงยิ่งต้องพึ่งมาตรการการอนุรักษ์ แบบเข้มข้น ถ้าเราอยากให้มัน ว่ายอยู่ในแอตแลนติกเหนือไปอีกนาน
โดยทั่วไปโลมาข้างขาว ไม่โจมตีมนุษย์ มักว่ายมาเล่นคลื่นหน้าเรือเองด้วยซ้ำ แต่อย่าเข้าไปไล่จี้ หรือพยายามแตะตัว ปล่อยให้มันเข้ามาใกล้ตามสบาย จะปลอดภัยทั้งคนทั้งโลมา และช่วยลดความเครียดให้สัตว์ด้วย
ช่วงฤดูร้อน–ต้นฤดูใบไม้ร่วง แถวไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ สกอตแลนด์ หรือชายฝั่งตะวันออกของแคนาดา โดยเฉพาะทริปที่ออกไปใกล้ไหล่ทวีป มีโอกาสเห็นฝูงโลมาข้างขาวมา เล่นคลื่นหน้าเรือค่อนข้างสูง ถ้าเลือกวันคลื่นลมไม่แรง จะยิ่งดูได้สบาย และมีโอกาสเจอมากขึ้น

