อาร์เยน ร็อบเบน ตำนานแข้งชาวดัตช์ ในวงการลูกหนัง

อาร์เยน ร็อบเบน ตำนานแข้งชาวดัตช์

อาร์เยน ร็อบเบน ตำนานแข้งชาวดัตช์ เป็นที่รู้จักจากลีลาการเลี้ยงบอล ด้วยความเร็วสูง และการยิงประตูที่เป็นเอกลักษณ์ คือการลากตัดจากปีกขวาเข้ากลางด้วยเท้าซ้าย นอกจากนี้ เขาประสบความสำเร็จมากมายกับ หลายสโมสรระดับโลก ทั้งเปเอสเฟ, เชลซี, เรอัล มาดริด และคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกกับทีม บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงปี 2013 อีกด้วย

  • จุดเริ่มต้นและการเติบโตในวงการฟุตบอล
  • ตัวเลขผลงานที่พิสูจน์ฝีเท้า
  • จุดสูงสุดในการค้าแข้งของนักเตะคนนี้

ชีวประวัติของ อาร์เยน ร็อบเบน เป็นอย่างไร

สำหรับเรื่องราวของอาร์เยน ร็อบเบน (Arjen Robben) ลืมตาดูโลกครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 เดือนมกราคม 1984 ในเมือง Bedum ของประเทศเนเธอร์แลนด์

ร็อบเบนเป็นที่จดจำจากความเร็ว ทักษะการเลี้ยงบอลและลูกยิง ที่ตัดเข้าในด้วยซ้ายอันเป็นเอกลักษณ์ และแม้จะมีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดอาชีพ แต่เขาก็พิสูจน์ตนเองในฐานะหนึ่งในปีกที่เก่งที่สุด ในยุคสมัยของเขา ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในปี 2021 (16 กันยายน 2025) [1]

ชีวิตและจุดเริ่มต้นของร็อบเบน และค่าตัวที่เคยได้รับ

โดยเขาเริ่มเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชนของ วีวี บีดัม (VV Bedum) ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ก่อนจะเข้าสู่ทีมเยาวชนของโกรนิงเก้น และได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ตั้งแต่อายุ 16 ปี เส้นทางอาชีพของเขาโดดเด่นอย่างรวดเร็ว โดยย้ายจากโกรนิงเก้นไปยังทีมเปเอสเฟ ไอนด์โฮเฟินในปี 2002 จากนั้นเชลซีทุ่มเงิน 18 ล้านยูโรคว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2004

หลังจากนั้น เรอัล มาดริดได้ซื้อเขาไปในราคา 35 ล้านยูโร เมื่อในช่วงปี 2007 และการย้ายที่สำคัญที่สุด คือการไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิค ในช่วงปี 2009 ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร ซึ่งเป็นสโมสรที่เขาประสบความสำเร็จ และสร้างตำนานอย่างยิ่งใหญ่ตลอดหนึ่งทศวรรษ นอกจากนี้ เจ้าตัวทำรายได้รวมตลอดอาชีพการค้าแข้ง อยู่ราวประมาณ 48 ล้านปอนด์ (2025) [2]

ภาพรวมผลงานในแต่ละฤดูกาลของอาร์เยน ร็อบเบน เป็นยังไง

ข้อมูลเชิงสถิติในการเล่นให้กับทีมระดับอาชีพ

  • เมื่อปี 2000-2002 ค้าแข้งให้กับทีม โกรนิงเก้น ลงเล่นไป 46 นัด ประตูที่ทำได้ 8 ลูก
  • เมื่อปี 2002-2004 ค้าแข้งให้กับทีม เปเอสเฟ ไอนด์โฮเฟิน ลงเล่นไป 56 นัด ประตูที่ทำได้ 17 ลูก
  • เมื่อปี 2004-2007 ค้าแข้งให้กับทีม เชลซี ลงเล่นไป 67 นัด ประตูที่ทำได้ 15 ลูก
  • เมื่อปี 2007-2009 ค้าแข้งให้กับทีม เรอัล มาดริด ลงเล่นไป 50 นัด ประตูที่ทำได้ 11 ลูก
  • เมื่อปี 2009-2019 ค้าแข้งให้กับทีม บาเยิร์น มิวนิค ลงเล่นไป 201 นัด ประตูที่ทำได้ 99 ลูก
  • เมื่อช่วงปี 2020-2021 เล่นให้กับทีม โกรนิงเก้น ลงสนามไป 6 นัด
  • และสุดท้าย ลงเล่นรวมทุกรายการไป 426 นัด ยิงไป 150 ลูก

ผลงานตลอดการค้าแข้งให้กับทีมชาติ เนเธอร์แลนด์

  • เมื่อในปี 1999 U15 ลงสนามไป 1 เกม
  • เมื่อในปี 1999-2000 U16 ลงสนามไป 11 เกม ยิงไป 4 ประตู
  • เมื่อในปี 2000 U17 ลงสนามไป 3 เกม ยิงไป 1 ประตู
  • เมื่อในปี 2001-2002 U19 ลงสนามไป 8 เกม ยิงไป 2 ประตู
  • เมื่อในปี 2001-2003 U21 ลงสนามไป 8 เกม ยิงไป 1 ประตู
  • และเมื่อในปี 2003-2017 ลงสนามรวมทุกรายการ อยู่ทั้งหมด 96 เกม ยิงไป 37 ประตู

เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ อาร์เยนร็อบเบน

อาร์เยน ร็อบเบน ตำนานแข้งชาวดัตช์

ซึ่งเขาเป็นปีกขวาเท้าซ้าย ที่มีความเร็วจัดจ้าน และการควบคุมบอลระยะประชิดที่ยอดเยี่ยม ที่แตกต่างจาก วิคเตอร์ โมเสส โดยจะเลี้ยงจี้แนวรับจากด้านข้าง ก่อนจะใช้จังหวะสับขาหลอกอย่างรวดเร็ว เพื่อตัดเข้าสู่พื้นที่ตรงกลางสนาม แล้วซัดด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด

แม้ทุกคนจะรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร แต่กองหลังทั่วโลกก็ยากจะหยุดยั้งได้ เนื่องจากเขาสามารถทำในจังหวะที่รวดเร็ว และแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นอัจฉริยะ ที่สามารถใช้ท่าเดิมซ้ำๆ แต่ก็ยังสร้างผลลัพธ์ได้อย่างน่าทึ่ง

ช่วงเวลาน่าจดจำ ที่ทำให้ชื่อของร็อบเบนอยู่ในใจแฟนบอล

ช่วงเวลาที่ตอกย้ำชื่อของ อาร์เยนร็อบเบน ในฐานะตำนานและขวัญใจแฟนบอลมากที่สุดคือ นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เมื่อในช่วงปี 2013 ที่เวมบลีย์ หลังจากที่บาเยิร์น มิวนิคแพ้ในรอบชิงฯ สองครั้งก่อนหน้านั้น ทำให้ร็อบเบนถูกวิจารณ์อย่างหนัก จากเรื่องของการจบสกอร์ในเกมใหญ่

แต่ในนัดที่พบกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขาเป็นผู้จ่ายให้เพื่อนทำประตูแรก ก่อนจะใช้ความเร็ว และความเยือกเย็นแหวกแนวรับ เข้าไปยิงประตูชัยในนาทีที่ 89 ลูกยิงดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นการปลดล็อกแชมป์ยุโรป ที่รอคอยของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นการลบคำสบประมาทส่วนตัวของเขา ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ร่องรอยความสำเร็จของอาร์เยน ร็อบเบนเป็นแบบไหน

  • แชมป์และรางวัลที่คว้ามาได้ของเขา ช่วยพาสโมสรฟุตบอลเชลซี คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติด ในช่วงฤดูกาล 2004-2005 และ 2005-2006
  • ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ ลีกคัพ 2 สมัย ในปี 2005 และ 2007
  • ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 1 สมัย ในปี 2007
  • และสุดท้ายช่วยพาทีมคว้าแชมป์ คอมมิวนิตีชีลด์ 1 สมัย ในฤดูกาล 2005-2006

ที่มา: Arjen Robben (2025) [3]

บทสรุปของ อาร์เยน ร็อบเบน ตำนานแข้งชาวดัตช์

จึงกล่าวได้ว่า อาร์เยนร็อบเบน ตำนานแข้งชาวดัตช์ ถูกจดจำในฐานะเจ้าของท่าไม้ตาย เลี้ยงตัดเข้าในแล้วยิงด้วยซ้ายอันเลื่องชื่อ แม้จะถูกเรียกว่า มนุษย์แก้ว เนื่องจากอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง แต่เขาก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่อยู่กับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเขาเป็นผู้ยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2013 และประกาศแขวนสตั๊ด ในวัย 37 ปี

ตำนานปีกจรวดที่ไม่มีวันถูกลืม เพราะว่าสาเหตุใด

โดยร็อบเบนถูกจดจำในฐานะตำนาน ที่ไม่มีวันลืมเพราะความสามารถ ในการสร้างสรรค์ที่หาตัวจับยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องหมายการค้าคือ การลากบอลจากฝั่งขวา ตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยเท้าซ้าย ซึ่งเป็นจังหวะที่ทุกคนรู้ว่าจะเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้ นอกจากทักษะเฉพาะตัวแล้ว เขายังเป็นผู้เล่นที่มาพร้อมกับความสำเร็จ ระดับแชมป์ลีกในทุกประเทศที่ค้าแข้ง

ชายผู้พิสูจน์ว่า เป็นนักเตะที่สร้างชื่อในวงการลูกหนัง

สำหรับชายผู้มีชื่อว่า อาร์เยนร็อบเบน พิสูจน์ตัวเองในวงการลูกหนัง ด้วยการกวาดแชมป์รายการสำคัญมากมาย รวมถึงแชมป์ลีกใน 4 ประเทศ ตลอดอาชีพ 19 ปี แม้จะมีฉายาว่า มนุษย์แก้ว จากอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่กลับมา เขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และใจสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ จนสามารถสร้างมรดกเป็นหนึ่งในปีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในยุคสมัยนั้นเลยก็ว่าได้

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง