
ปาร์ค จีซอง อดีตแข้งจอมขยัน ผู้เปลี่ยนบทบาทนักเตะเอเชีย
- sun-31
- 13 views

ปาร์ค จีซอง อดีตแข้งจอมขยัน คือผู้ทำลายกำแพงอคติในยุโรป ด้วยฉายา Three-Lung Park จากการเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้ทีมแมนยู คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า วินัยและการวิ่งที่ไม่มีวันหมด สามารถเอาชนะสรีระที่เสียเปรียบได้ ความสำเร็จของเขา ไม่เพียงแค่การคว้าแชมป์ แต่คือการปูทางให้กับแข้งชาวเอเชีย
สำหรับที่มาของปาร์ค จีซอง (Park Ji-sung) ลืมตาดูโลกครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 เดือนกรกฎาคม 1981 สถานที่เกิดในเมือง Seoul ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นนักเตะนอกสายตา ในระดับมหาวิทยาลัย สู่การแจ้งเกิดในเจลีกกับทีม เกียวโต ซังงะ (Kyoto Sanga) ก่อนจะกลายเป็นฮีโร่ของชาติในฟุตบอลโลก 2002 ด้วยประตูชัยดับโปรตุเกสตกรอบ (19 ธันวาคม 2025) [1]
โดยเริ่มต้นจากการเป็นม้านอกสายตา ที่เกือบไม่มีใครเอา เพราะโค้ชในเกาหลีใต้สมัยนั้นมองว่าเขารูปร่างเล็กและบอบบางเกินไป แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยมยองจี ซึ่งเขาใช้ความขยันเข้าแลกจนฟอร์ม ไปเข้าตาโค้ชทีมชาติชุดโอลิมปิก
จนได้เซ็นสัญญาอาชีพครั้งแรกกับสโมสร เกียวโต ซังงะ ในเจลีก ซึ่งที่นั่นเขาพัฒนาทักษะการเคลื่อนที่ และการอ่านเกมจนกลายเป็นกำลังหลัก ที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เอ็มเพอเรอร์ส คัพ ได้อย่างยิ่งใหญ่ สิ่งที่ทำให้เส้นทางนี้พิเศษคือ การที่เขาไม่เคยผ่านระบบอคาเดมี่ชื่อดัง แต่กลับใช้ผลงานในฟุตบอลโลก 2002 เป็นใบเบิกทางที่ทรงพลังที่สุด
โดยเฉพาะประตูในตำนานที่ยิงใส่โปรตุเกส ซึ่งทำให้นายเก่าอย่าง กุส ฮิดดิงก์ มองเห็นดีเอ็นเอของนักสู้ และตัดสินใจดึงเขาไปเผชิญความท้าทายที่ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในเนเธอร์แลนด์ แม้ในช่วงปีแรก จะถูกแฟนบอลตัวเองโห่ใส่เพราะปรับตัวไม่ได้ แต่เขาก็ใช้ความนิ่งและหัวใจ ที่เข้มแข็งพิสูจน์ตัวเอง จนกลายเป็นขวัญใจเบอร์หนึ่งของสโมสร
ที่มา: Ji-sung Park (2025) [2]

สำหรับก้าวสำคัญ ที่เปลี่ยนชีวิตของปาร์คจีซองนั้น สู่ระดับโลกอย่างแท้จริงคือ ความกล้าที่จะเปลี่ยนตำแหน่ง โดยภายใต้การทำทีมของ กุส ฮิดดิงก์ เขาถูกปรับบทบาทจากกองกลางตัวรับ มาเป็นตัวรุกริมเส้นที่เน้นการไล่กดดัน
ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ล้ำสมัยมาก ในขณะนั้น การที่เขาสามารถวิ่งทำทาง และสร้างช่องว่างในเกมระดับสูง ของศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในปี 2004-2005 โดยเฉพาะนัดที่ยิงประตู เอซี มิลาน ได้สำเร็จ คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่า นักเตะเอเชียมีศักยภาพทางแทคติก ที่ทัดเทียมกับระดับท็อปของยุโรป
อีกหนึ่งปัจจัยคือ ทัศนคติการเป็นผู้เสียสละ หรือ Tactical Intelligence ที่ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจ ในเกมใหญ่ที่มีเดิมพันสูง ซึ่งเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกล่าวว่าปาร์คคือ หนึ่งในนักเตะเพียงไม่กี่คน ที่สามารถทำตามคำสั่งเฉพาะกิจ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกันกับ เวส บราวน์
บทบาทสำคัญของปาร์คจีซองนั้น ในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือการเป็นนักเตะจอมทำลายล้างเกมรุกคู่แข่ง ที่โค้ชอย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มักเลือกใช้ในเกมสำคัญ เพื่อตามประกบตัวทำเกมระดับโลก โดยเขาถูกดึงตัวมาจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในปี 2005 ด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านปอนด์
ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ดีลหนึ่งของสโมสร เมื่อเทียบกับความสำเร็จ ในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกตลอดระยะเวลา 7 ปี ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในแง่ของรายได้ เขาได้รับการต่อสัญญาที่สะท้อนถึงคุณค่าในทีม โดยมีค่าเหนื่อยขยับขึ้นไปถึงประมาณ 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (24 กรกฎาคม 2009) [3]
สถิติการลงสนามให้กับฟุตบอลอาชีพ
ผลงานเชิงตัวเลขในการเล่นให้กับทีมชาติ เกาหลีใต้
ใจความสำคัญของ ปาร์คจีซอง อดีตแข้งจอมขยัน คือนักเตะที่ลบคำสบประมาทเรื่องรูปร่าง ด้วยการใช้หัวใจ และพละกำลังขับเคลื่อนทีม จนกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ของนักเตะเอเชียในเวทีโลก เขาไม่ได้แค่คว้าแชมป์มากมาย แต่ได้ทิ้งมรดกเรื่องความถ่อมตัว
โดยรูปแบบการเล่นที่เน้นพลังงาน คือการขับเคลื่อนทีม หรือการวิ่งบีบพื้นที่คู่แข่งอย่างต่อเนื่อง และตลอด 90 นาที โดยอาศัยความฟิตที่เหนือมาตรฐาน เพื่อปิดช่องว่างในเกมรับ หรือเติมเกมรุกในจังหวะสวนกลับได้อย่างแม่นยำ
สำหรับชื่อของปาร์คจีซองนั้น ยังคงเป็นที่รักและถูกกล่าวขานถึงเพราะเขาคือ ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระ ที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท เพื่อส่วนรวมมากกว่าสถิติส่วนตัว โดยแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจดจำเขาในฐานะนักเตะสำหรับเกมใหญ่ ที่สามารถสยบสตาร์ระดับโลก ด้วยวินัยการเล่นที่สมบูรณ์แบบ

