
ตำนานแข้งผี ลี มาร์ติน กับช่วงเวลาที่แฟนบอลไม่มีวันลืม
- sun-31
- 20 views

ตำนานแข้งผี ลี มาร์ติน คือแบ็กซ้ายระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ถูกจารึกชื่อว่าเป็น ผู้กอบกู้เก้าอี้ของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จากการทำประตูชัย ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพปี 1990 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งยุคทองของสโมสรหลังจากห่างหายจากความสำเร็จมานาน
โดยจุดเริ่มต้นของลี มาร์ติน (Lee Martin) เกิดเมื่อวันที่ 9 เดือนกุมภาพันธ์ 1987 ในเมือง Taunton ของประเทศอังกฤษ และเติบโตมาจากระบบเยาวชนของสโมสรในยุคที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพิ่งเข้ามาคุมทีมใหม่ๆ แม้สถิติการทำประตูของเขาจะมีเพียงไม่ลูก ตลอดการค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด (30 พฤศจิกายน 2025) [1]
วิวัฒนาการฝีเท้าของเขา เริ่มต้นจากการเป็นเด็กฝึกหัด ในอะคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเขาได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นสู่ ทีมชุดใหญ่ในปี 2005 ด้วยทักษะการเป็นแบ็กซ้ายที่เน้นความขยัน และการเติมเกมบุกที่ดุดัน
ในด้านค่าตัวและผลตอบแทน มาร์ตินเริ่มต้นจากสัญญาเด็กฝึกหัด ที่มีรายได้เพียงไม่กี่ร้อยปอนด์ต่อสัปดาห์ ตามโครงสร้างค่าจ้างยุค 80 ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัว จนกระทั่งในปี 1994 เขาได้ย้ายไปร่วมทีมเซลติกด้วยค่าตัวประมาณ 350,000 ปอนด์
ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่าสูงพอสมควร สำหรับตำแหน่งกองหลังในสมัยนั้น ก่อนที่อาการบาดเจ็บ จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้พัฒนาการในสนามของเขา ต้องหยุดชะงักลง ในช่วงที่กำลังเข้าสู่จุดพีคของอาชีพ และมีรายได้รวมทั้งหมด อยู่ราวประมาณ 800,000 ดอลลาร์ (2025) [2]
ที่มา: Lee Martin (2026) [3]

โดยบทบาทของเขา ในยุคบุกเบิกความยิ่งใหญ่ของทีมแมนยู เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นแรก ที่ปลดล็อคความกดดันมหาศาลให้กับเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในช่วงที่ทีมยังไม่ก้าวสู่จุดสูงสุด โดยเขารับหน้าที่เป็นแบ็กซ้ายจอมบุก ที่ผสมผสานความดุดันแบบฟุตบอลอังกฤษดั้งเดิม เข้ากับการเติมเกมที่แม่นยำ ซึ่งบทบาทนี้ โดดเด่นที่สุดในศึกเอฟเอคัพ เมื่อในปี 1990
เขากลายเป็นผู้สร้างจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ จากการทะลุขึ้นไปทำประตูชัย นัดรีเพลย์ที่เวมบลีย์ ประตูนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คะแนนบนกระดาน แต่คือรากฐานที่สร้างความมั่นใจ ให้ขุมกำลังปีศาจแดงยุคนั้นเชื่อมั่น ในแนวทางการคุมทีมของเฟอร์กี้ จนนำไปสู่การคว้าแชมป์ยุโรปในปีถัดมา
รูปแบบการเล่นของลีมาร์ตินนั้น คือนิยามของ Modern Full-back ในร่างฟุตบอลยุคคลาสสิก ที่มีความโดดเด่นในเรื่องการเติมเกมบุก แบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งขัดกับภาพจำของกองหลังยุค 80 ที่มักเน้นการตั้งรับเพียงอย่างเดียว เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาคือ การเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่อันตราย ในจังหวะที่คู่แข่งคาดไม่ถึง
โดยอาศัยความเร็ว และการตัดสินใจที่เฉียบคม ในการหาช่องว่างระหว่างไลน์กองหลังคู่ต่อสู้ นอกจากนี้ เขายังมีทักษะการสกัดบอลที่หนักแน่น ตามแบบฉบับกองหลังอังกฤษแท้ๆ แต่แฝงไปด้วยระเบียบวินัยทางแทคติกที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไว้วางใจให้รับผิดชอบพื้นที่ริมเส้นฝั่งซ้ายเพียงลำพัง ในจังหวะสวนกลับเร็ว และเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ พอล สโคลส์ อีกด้วย
สถิติการลงเล่นเกมระดับอาชีพ
ท้ายที่สุด ตำนานแข้งผี ลีมาร์ติน คือการเป็นวีรบุรุษผู้พลิกโชคชะตา ที่พิสูจน์ว่านักเตะเพียงคนเดียว สามารถเปลี่ยนทิศทางของสโมสรระดับโลก ได้ผ่านประตูประวัติศาสตร์เพียงลูกเดียว ที่เวมบลีย์ในปี 1990 แม้เส้นทางอาชีพจะถูกรบกวน ด้วยอาการบาดเจ็บจนต้องยุติลง ก่อนวัยอันควร
โดยสิ่งที่แฟนบอลยังคงพูดถึงเกี่ยวกับเขา จนถึงปัจจุบัน คือเรื่องราวของฮีโร่ผู้ถูกลืมที่รักษามรดกของสโมสร โดยเฉพาะเกร็ดน่ารัก ที่เขาเคยสารภาพว่าการวิ่ง 70 หลาไปทำประตูชัยนั้น เกิดจากความเข้าใจผิด เพราะเขาคิดว่าผู้ช่วยผู้จัดการทีมตะโกนสั่งให้บุก ทั้งที่จริงคำสั่งนั้นไม่ใช่ของเขา
การสร้างนิยามของสโมสรแห่งโอกาส ที่สะท้อนว่าเด็กปั้นจากอะคาเดมี่ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชี้ขาดชะตากรรม ของทีมในสถานการณ์บีบคั้นได้เสมอ ประตูของเขาช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ จากยักษ์หลับที่ล้มเหลว ให้กลายเป็นสโมสรที่มี DNA แห่งความทะเยอทะยาน บวกกับใจสู้จนนาทีสุดท้าย

